Skip to content


บทบาทของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ระบบการเงินระหว่างประเทศ คือ กติกา ระเบียบและข้อบังคับที่ควบคุมการปฏิบัติการทางด้านการเงินระหว่างประเทศของประเทศต่างๆ

การจำแนกประเภทของระบบการเงินระหว่างประเทศ สามารถจำแนกได้ดังนี้

– จำแนกระบบการเงินระหว่างประเทศตามความมากน้อยของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ซึ่งมีค่าเสมอภาคตายตัว ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะเคลื่อนไหวได้ภายในขอบเขตแคบๆ

– จำแนกตามลักษณะของสินทรัพย์ที่เป็นทุนสำรอง ซึ่งสามารถแบ่งระบบการเงินระหว่างประเทศ เป็น 3 ประเภท ประกอบไปด้วย

1.มาตรฐานทองคำ (gold standard) สินทรัพย์ที่เป็นทุนสำรองจะประกอบด้วยทองคำอย่างเดียว ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่แท้จริงต่างจากมูลค่าที่เป็นตัวเงิน เราเรียกว่า commodity reserve

2.มาตรฐานกระดาษ (pure fiduciary standard) หรือมาตรฐานดอลลาร์ (dollar standard) ทุนสำรองทั้งหมด จะประกอบด้วย fiduciary or fiat reserves

3.มาตรฐานปริวรรตทองคำ (gold exchange standard) ทุนสำรอง ประกอบด้วย commodity reserves และเงินกระดาษ

ทั้งนี้ระบบการเงินระหว่างประเทศที่ดี นั้นจะช่วยทำให้มีผลผลิตของโลกและเกิดการจ้างงานมากที่สุดและทำให้มีการกระจายสวัสดิการทางเศรษฐกิจ (economic welfare) ตามที่ต้องการระหว่างประเทศต่างๆ เช่นเดียวกับกลุ่มต่างๆ ภายในประเทศ เพื่อที่จะประเมินลักษณะของระบบการเงินระหว่างประเทศ

ในด้านระบบการเงินระหว่างประเทศในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย

– ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว

– ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดค่าเสมอภาคไว้กับค่ามาตรฐาน ได้แก่ การกำหนดค่าเสมอภาคไว้กับเงินสกุลใดสกุลหนึ่งหรือเงินตราหลายสกุลและทองคำ

– ระบบการเงินระหว่าประเทศของประเทศไทยนั้น ปัจจุบันได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนผ่านทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนโดยพิจารณาจากอุปสงค์อุปทานของเงินตราต่างประเทศตลอดจนภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับระบบการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศต่างๆ ใช้ แต่ละประเทศจะเลือกใช้ระบบการเงินระหว่างประเทศที่เห็นว่าเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศตนมากที่สุด โดยระบบการเงินระหว่างประเทศแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว และระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดค่าเสมอภาคไว้กับค่ามาตรฐานซึ่งแต่ละระบบยังแบ่งย่อยไปอีก ทางด้านประเทศไทยเองก็ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ภายใต้การควบคุมพิจารณาจากอุปสงค์ อุปทานเงินตราต่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นองค์ประกอบด้วยการควบคุมทำได้โดยผ่านทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน

Posted in กิจกรรมการเคลื่อนไหว.

Tagged with .


ธุรกิจขนาดย่อมส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น


เศรษฐกิจในปัจจุบันอาศัยการขับเคลื่อนของธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน เมื่อต้องอาศัยการพึ่งพาของเศรษฐกิจขนาดใหญ่มากเกินไป ทำให้มีความเสี่ยงมากต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศไทย ทางด้านภาครัฐจึงได้สนับสนุนให้มีธุรกิจขนาดย่อมขึ้น หรือที่เรียกกันว่าธุรกิจ SME โดยกระตุ้นให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ เพื่อทำให้โครงสร้างธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง และลดการพึ่งพิงของธุรกิจขนาดใหญ่ลง ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น และช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าธุรกิจขนาดย่อมจะเป็นผู้นำเสนอสินค้าและบริการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกันกับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็ยังมีบทบาทที่สำคัญที่ดีกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ดังนี้

1.ธุรกิจขนาดย่อมสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดขนาดเล็ก ซึ่งธุรกิจใหญ่ไม่สามารถตอบสนองได้ เพราะไม่คุ้มด้านการลงทุน

2.ธุรกิจขนาดย่อมมีการลงทุนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ หรือมีการนำเครื่องจักรมือสองมาใช้ด้วย

3.ธุรกิจขนาดย่อมช่วยสร้างนวัตกรรม เช่น ผลิตสินค้าใหม่ ๆ ออกมาเสนอต่อตลาด และมักเป็นสินค้าที่มีเอก ลักษณ์เป็นของตนเอง

4.ธุรกิจขนาดย่อมถูกพิจารณาว่าเป็นแหล่งรองรับแรงงานที่สำคัญของระบบ

เศรษฐกิจทั้งในยามปกติและยาม วิกฤต โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือ หรือแรงงานที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน ธุรกิจขนาดย่อมยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ในแต่ละปีมีธุรกิจขนาดย่อมใหม่ ๆ เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 1 ล้านราย โดยข้อดีของธุรกิจขนาดย่อม มีดังนี้

1.มีอิสระ การทำธุรกิจของตนเอง ทำให้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ และกลายเป็นนายของตนเอง

2.ความร่ำรวย การเป็นเจ้าของกิจการเองทำให้มีโอกาสในการสร้างรายได้ ได้มากกว่าการเป็นลูกจ้าง

3.ความมั่นคงเรา สามารถทำได้นานตราบเท่าที่เราต้องการ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาไล่เราออก จึงพิจารณาได้ว่าเกิดความมั่นคงขึ้นอย่างมากในชีวิตการทำงาน

4.สร้างงานให้กับครอบครัว ผลักดันให้ธุรกิจอยู่รอดให้ได้และเติบโตต่อไป ให้กับทายาทและสมาชิกในครอบครัว การตั้งและดำเนินธุรกิจของตนเองให้ประสบความสำเร็จเป็นไปตามที่ฝันของผู้ประกอบการทุกคน การพยายามให้บรรลุความสำเร็จเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้ประกอบการว่าจะทำให้ฝันเป็นจริงได้หรือไม่ ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการในเชิงจิตวิทยารูปแบบหนึ่ง

Posted in กิจกรรมการเคลื่อนไหว.

Tagged with , .


แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2558

เศรษฐกิจไทยในปี 2557 เติบโตได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งจากผลกระทบของการส่งออกที่ชะลอตัว และการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า อย่างไรก็ดี คาดว่าการส่งออกน่าปรับตัวได้ดีขึ้นในปีหน้า จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในภูมิภาคหลักๆ รวมถึงการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ซึ่งจะผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ให้สามารถเติบโตได้ดีกว่าปี 2557 ประกอบกับปัจจัยบวกจากเม็ดเงินในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในปี 2558 – 2565 ที่มีวงเงินรวมกว่า 3 ล้านล้านบาท รวมถึงแผนเร่งด่วนในปี 2558 กว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ดี

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย แม้จะมีการปรับฐานลงมาบ้างตามตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงเดือนธันวาคม จากแรงกดดันด้านราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง แต่มองว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้น เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในประเทศ ทั้งแผนการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน และความมีเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งมาตรการภาครัฐจะช่วยเอื้อบริษัทจดทะเบียนในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ภาคการก่อสร้าง ภาคการท่องเที่ยว รวมถึงภาคธนาคารที่จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีในปีหน้า อย่างไรก็ดี หุ่นในกลุ่มพลังงานยังได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ทองคำ
สำหรับแนวโน้มในปีหน้า ทองคำยังดูไม่สดใสนัก เนื่องจากการหยุดดำเนินมาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกา ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และกดดันราคาทองคำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคส่วนใหญ่ทั่วโลก ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และไม่ได้สนับสนุนการปรับขึ้นของราคาทองคำ อย่างไรก็ดี แม้ในภาพรวมจะยังไม่เห็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำอย่างชัดเจน แต่เชื่อว่าราคาทองคำก็จะยังคงมีการเคลื่อนไหวในกรอบตามทิศทางข่าวสารเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนยังคงสามารถทำกำไรซื้อขายได้ตามรอบ โดยมองกรอบราคาทองคำในปี 2558 ที่ระดับ 1,150 – 1,250 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

น้ำมัน
แม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในภาพรวมปี 2558 จะสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นกว่าปีนี้ แต่เศรษฐกิจของบางประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น หรือยุโรป ยังคงมีความเสี่ยง ขณะที่เศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลก ก็คาดว่าจะชะลอตัวลงจากปีปัจจุบัน ทำให้แนวโน้มความต้องการน้ำมัน ไม่น่าจะปรับขึ้นสูงมากนัก สอดคล้องกับการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันดิบโลกลง 230,000 บาร์เรลต่อวัน หรือลดลงกว่า 20% ขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปค รวมถึงสหรัฐอเมริกาเอง ก็สามารถผลิตน้ำมันได้มากขึ้น ดังนั้น หากกลุ่มโอเปคยังคงรักษากำลังการผลิตที่ระดับเดิม โดยไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงใดๆ อาจจะส่งผลให้อุปทานส่วนเกินในโลกมีมากถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจะกดดันราคาน้ำมันให้ยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องในปี 2558

Posted in กิจกรรมการเคลื่อนไหว.


เศรษฐกิจและการค้าของไทยในระยะที่ผ่านมาจะขยายตัวในอัตราที่สูงมาก

10

ในรอบระยะ 10 ปีที่ผ่านมาอัตราการนำเข้าสินค้าของไทยสูงมากขึ้น เนื่องจากการเร่งพัฒนาประเทศมีความจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าทุนมากขึ้น การบริโภคของคนในประเทศเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคเลียนแบบ ซึ่งมักจะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและมีราคาสูง นอกจากนี้ประเทศไทยส่งเสริมการค้าเสรี ควบคุมการนำเข้าเพียงไม่กี่รายการ จึงมีการนำเข้าสินค้าอย่างมาก จากสาเหตุเหล่านี้ เป็นเหตุให้ประเทศไทยขาดดุลการค้ามาตลอด

เศรษฐกิจและการค้าของไทยในระยะที่ผ่านมาจะขยายตัวในอัตราที่สูงมาก แต่จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปกล่าวคือ ได้มีการนำมาตรการใหม่ๆ มาเป็นข้ออ้างในการกีดกันการค้ามากขึ้น เช่น การใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาด และ ตอบโต้การอุดหนุนการห้ามนำเข้าโดยอัตโนมัติ โดยใช้เหตุผลทางสุขอนามัย มาตรฐานสินค้าหรือสิ่งแวดล้อม การแข่งขันในตลาดการค้าโลกที่มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ในส่วนของประเทศไทยนอกจากแสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการค้าของโลกโดยเข้าร่วมในกลุ่มเศรษฐกิจการค้าที่มีผลประโยชน์สอดคล้องกันและผลักดันให้มีการพัฒนาอาเซียนเป็นเขตการค้าเสรีแล้ว จะต้องพัฒนาสินค้าออกของไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้นทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐานสินค้า และประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยในตลาดโลก รวมทั้งจะต้องแสวงหาลู่ทางที่จะขยายการลงทุนของไทยไปในภูมิภาคต่างๆ ให้มากขึ้นทั้งในลักษณะของการลงทุนโดยตรงและการร่วมทุน เพื่อเป็นช่องทางให้สินค้าออกของไทยกระจายไปสู่ตลาดต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองนั้น ย่อมก่อกำเนิดขึ้นได้ตลอดเวลาตามลักษณะแห่งปัจจัยในแต่ละด้าน สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ นับได้ว่ามีความสำคัญ ใหญ่หลวง จะมีผลกระทบเช่นไรต่อการดำรงชีพของประชาชนโดยส่วนรวมในแต่ละช่วงเวลา ตลอดจนจะต้องพิจารณาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยว่ามีแนวโน้มดำเนินไปอย่างไร ประสานสอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ในขณะนั้นหรือไม่เพียงใด สมควรที่จะได้ปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องด้านใดบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมส่วนรวมโดยแท้จริง ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีสาเหตุมาจากการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่มุ่งจะรักษาอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราสูง จึงทำให้มีการพึ่งพาปัจจัยภายนอกประเทศเกินสมควร จากการติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปัญหาต่างๆเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปและจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างการผลิต การนำเข้า และการส่งออกตลอดจนการแก้ไขนโยบายเศรษฐกิจหลายๆ ด้านอย่างมีระเบียบแบบแผน ปัญหาเหล่านี้ก็จะยิ่งสะสมเพิ่มพูนขึ้นจนยากที่จะแก้ไข

Posted in กิจกรรมการเคลื่อนไหว.


คาดสภาวะเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเร็วกว่าสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาค

ที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจไทยเริ่มมีความชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวดีขึ้น มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มสูงขึ้น มีหลักทรัพย์เข้าใหม่เริ่มเข้ามาซื้อขายใน ตลท. และตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ค่าเงินบาทและการส่งออกยังไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีกลุ่มประเทศยุโรป (อียู) ชะลอความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย เนื่องจากยังไม่ได้มีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรสินค้าของไทยออกมา แต่มองว่าแม้ว่ากลุ่มอียูจะมีการคว่ำบาตรก็ตาม ก็จะกระทบกับอุตสาหกรรมส่งออกบางกลุ่มเท่านั้น เมื่อเทียบกับการส่งออกรวมกับทั้งประเทศที่ถือว่าน้อยมาก

นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยเริ่มเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนก่อสร้างโรงงานที่ต้องใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องหาเงินดังกล่าวจากส่วนอื่นปล่อยกู้ให้แก่ภาคธุรกิจ ที่เป็นรูปแบบยืมเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐระยะสั้น 3 เดือน หรือ 6 เดือน และนำมาปล่อยกู้ในระยะยาว 5 ปี ซึ่งจะเห็นว่าช่วงเวลาที่ยืมและปล่อยกู้นั้นจะไม่ชนกัน รวมทั้งธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้จะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ ที่มีระบบบริหารจัดการที่ดีด้วยการออกหุ้นกู้ระยะยาว 5, 10 ปี เพื่อนำเงินมาปิดช่องว่างดังกล่าว

เนื่องจากสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาโดยมองว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ อย่าง ยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น ตลอดจนราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงเกือบ 50% ซึ่งทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของไทยได้รับผลกระทบโดยเฉพาะการแข่งขันทางการค้ากับประเทศคู่แข่ง ซึ่งการมองโอกาสในการเปิดตลาดประเทศที่ถูกคว่ำบาตร เพื่อให้เป็นเป้าหมายใหม่ในการส่งออก เพราะปัจจุบันเรื่องนี้ยังมีข้อจำกัดเรื่องเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งต้องเป็นท่าทีของไทยเองด้วย ว่าจะมองเรื่องนี้อย่างไร แต่ทั้งนี้ ธปท.อยากให้ภาคเอกชนจัดระบบต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ เพราะหากการคว่ำบาตรเริ่มลดน้อยลง จะทำให้ภาคเอกชนสามารถกลับเข้าไปทำธุรกิจหรือการค้าขายกับประเทศนั้นๆได้ทันที

Posted in กิจกรรมการเคลื่อนไหว.

Tagged with .